อำเภอสันกำแพง
ตามหลักฐานศิลาจารึกที่ค้นพบ ณ วัดเชียงแสน หมู่ที่ 2 ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ สันนิษฐานว่า พี่น้องประชาชนชาวอำเภอสันกำแพง มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ในพันนาภูเลา แขวงเมืองเชียงแสน ( ปัจจุบันอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดเชียงราย ) ต่อมาได้มีการอพยพมาตั้งถิ่นฐานบริเวณลุ่มน้ำแม่ออน ในเขตท้องที่อำเภอสันกำแพงตามหลักฐานในศิลาจารึกปรากฏข้อความว่า “ เมื่อพระเจ้าศิริลัทธมังกรมหาจักรพรรดิราชาราชเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง “ หมื่นดาบเรือน “ ในปีวอก สัมฤทธิดิก ( เปลิกสัน ) จุลศักราช 840 เดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ วันพุธ ได้มีจิตศรัทธาเชิญชวนบรรดาทายกและทายิกาทั้งหลาย ร่วมกันก่อสร้างวิหาร พระเจดีย์หอไตรปิฎกเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จได้ขนานนามวัดที่สร้างขึ้นว่า “ สาลกิจญาหันตาราม ” ซึ่งต่อมาคือ “ วัดเชียงแสน ” ในเขตท้องที่ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ในปัจจุบันต่อมาเมื่อชุมชนมีความเจริญขึ้นจึงได้ยกฐานะเป็นแขวง เรียกว่า “ แขวงแม่ออน ” อยู่ในเขตการปกครองของนครเชียงใหม่ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2445 ในรัชสมัยของพระเจ้าอินทวโรรส ได้เกิดกบฎเงี้ยว ขึ้นที่จังหวัดแพร่ และได้มีชาวเงี้ยว ในเขตแขวงแม่ออน ได้บุกปล้นโรงกลั่นสุราที่บ้านป่าไผ่ ตำบลแช่ช้าง และเผาที่ทำการ แขวงแม่ออน ต่อมาในปี พ.ศ. 2466 ทางราชการจึงได้ย้ายที่ทำการแขวงแม่ออน มาปลูกสร้างใหม่ที่บ้านสันกำแพง (http://www.amphoe.com) จึงได้ใช้ชื่อว่า “ อำเภอสันกำแพง ” มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ อำเภอสันกำแพงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 ตำบล 100 หมู่บ้าน ได้แก่
อำเภอสันกำแพงประกอบไปด้วย 10 ตำบลได้แก่
- ตำบลสันกำแพง 14 หมู่บ้าน
- ตำบลออนใต้ 11 หมู่บ้าน
- ตำบลทรายมูล 7 หมู่บ้าน
- ตำบลแม่ปูคา 9 หมู่บ้าน
- ตำบลร้องวัวแดง 11 หมู่บ้าน
- ตำบลห้วยทราย 8 หมู่บ้าน.
- ตำบลบวกค้าง 13 หมู่บ้าน
- ตำบลต้นเปา 10 หมู่บ้าน
- ตำบลแช่ช้าง 9 หมู่บ้าน
- ตำบลสันกลาง 8 หมู่บ้าน
อำเภอสันกำแพงมีอนาเขตติดต่อกับหลายอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่นอกจากนี้ยังมีเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจึงใช้อำเภอสันกำแพงเป็นแหล่งพักและลำเลียงยาเสพติดกอปรกับอำเภอสันกำแพงมีบริบทโครงสร้างแวดล้อม ซึ่งมีความเฉพาะของพื้นที่ซึ่งเอื้อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ดังนั้นโครงการฮักชุมชนโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับภาคส่วนต่างๆภายในอำเภอสันกำแพงจึงก่อตั้งคณะทำงานโครงการฮักชุมชนของอำเภอสันกำแพงขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ ในเรื่องดังกล่าวจำนวน 12 ท่าน เพื่อเข้ามาเป็นผู้ขับเคลื่อนชุมชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและป้องกันให้ลูกหลานชาวสันกำแพงพ้นภัยจากยาเสพติดและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์